หลังจากที่ห่างหายไปนาน (หรือป่าว?) ก็เพิ่งจะมีเวลาได้หายใจค่ะ
เลยมา update รูปที่ไปเที่ยวดีกว่า // ผ่านไป 2 เดือนแระ เพิ่งจะได้อัพ


เริ่มกันเลยดีกว่านะค่ะ

บ้านที่ไปพักค่ะ เป็นบ้านชั้นเดียว แล้วก็มีสวนหลังบ้านค่ะ

Photobucket

Photobucket

Photobucket

แล้วนี่ ก็เด็กๆ ที่โน่น กำลังเล่นน้ำกัน

น้ำหนาวมากๆๆ ค่ะ แต่คนที่โน่นบอก กำลังอุ่น

Photobucket

แล้วนี่ ก็เลมอน กับดอกไม่ในสวน
เห็นว่าสวยดี เลยถ่ายเก็บมาค่ะ

Photobucket Photobucket

Photobucket Photobucket

Photobucket Photobucket

ส่วนรูปต่อไป ก็ตอนไปเที่ยว Port Elizabet (เขียนถูกป่าวไม่รู้)
เป็นเมืองติดทะเลค่ะ


รูปแรกนี่ ถ่ายตอนอยู่บนเครื่องบิน

Photobucket
อันนี้ ร้านอาหารที่โรงแรม

Photobucket
มีนกมาอาบน้ำด้วย

Photobucket
วิวทะเลจากห้องพัก

Photobucket
ตอนไปเดินทะเล // ได้แต่เดินเลียบชายหาด

Photobucket
Photobucket
ร้านอาหารแถวๆ นั้น

Photobucket
วิวตอนกลางคืนค่ะ ลมทะเลพัดมาเย็นๆ อากาศสบายมากๆ เลย

Photobucket

Set นี้ เป็นรูปบ้านเมื่องทั่วๆ ไปค่ะ

Photobucket

Photobucket

ปลั๊กที่โน่น แปลกดี ไม่เหมือนบ้านเรา

Photobucket

ของขายที่โน่น (พวกของฝากนะค่ะ) ส่วนมากจะเป็น hand made แพงมากมาย

Photobucket

นี่ ป้ายรถเมล์ // ตอนถ่ายรูปนี้ โดนเพื่อนแซวว่า "ขนาดป้ายรถเมล์ก็ยังถ่าย บ้าหรือป่าว // -_-'' ก็มันไม่เหมือนบ้านเรานิ เลยถ่ายเก็บไว้

Photobucket

บางส่วนจากที่ไปเที่ยวค่ะ ยังมีอีก set ที่ไปเที่ยวซาฟารีที่โน่น

แล้วจะ post อีกที วันหลังนะค่ะ

คะน้า

เขียนหัวข้อบล็อคแล้ว รู้สึก "ทำไมตัวเองปลงตกแบบนี้เนี่ย??";/BR> ช่างเหอะๆ อย่าไปสนใจๆ

ก็แค่รู้สึกเหนื่อยกับงานที่ทำมาก เหมือนทำงานแล้วไม่เสร็จสักที เหนื่อยมากมาย // โฮ ชีวิต ทำไมมันเศร้างี้นะ
อาทิตย์ที่แล้ว นอนหลังเที่ยงคืนทุกวันเลย
เลยจิตตก
ย่ำแย่ๆ

ว่าแต่ เวลาเพื่อนๆ เจอแบบนี้ ทำไวกันอ่ะ // หาทางออกไม่เจอแล้ว
จิตตกขั้นรุนแรงแล้วแหละ

พูดถึงบล็อคที่เขียนไว้
ที่เล่าเรื่องไปเที่ยว "แอฟริกาใต้" ก็ไม่จบสักที
อยากเล่านะ อยากมากกกกกก
แต่ความเหนื่อย มันมากกว่าความอยาก
ก็เลย ขอพักไว้ก่อนล่ะกัน
ส่วนรูปไปเที่ยว ก็จะพยายามอัพให้ดู

ขอโทษทีนะค่ะ
(ไม่ไหวแล้วจิงๆ)

South Africa trip - วันแรกที่ถึง

posted on 18 Oct 2009 14:45 by kana-kat  in Travelling

กลับมา update blog ต่อค่ะ หลังจากบล็อคที่แล้ว

ดูเหมือนว่า เพื่อนๆ ส่วนใหญ่เข้าใจว่า เรากำลังจะไปเที่ยว (หรือป่าว??)
คือ จะบอกว่า .....
เราไปมาแล้วค่ะ แล้วก็กลับมาทำงานแล้ว
แต่เพิ่งจะได้เล่าเรื่องราว... ถ้างั้น มาต่อจากตอนที่แล้วเลยนะค่ะ

อย่างที่บอกไปตอนที่แล้วค่ะว่า นี่เป็นทริปแรกที่ออกนอกประเทศไทย เพราะฉะนั้น ตอนที่ยังอยู่ในสุวรรณภูมิยังไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่
แต่พอขึ้นเครื่องบินแล้วเนี่ย เริ่มสำนึกได้ว่า ต่อไปนี้ ต้อง speak english ไป 1 เดือนแหนะ
เครียดค่ะ กลัวเค้าฟังเราพูดไม่รู้เรื่อง (ปกติ พี่ที่ออฟฟิตก็ชอบแซวเวลาเราพูดภาษาอังกฤษด้วย เลยยิ่งหมดความมั่นใจเข้าไปใหญ่) // พี่บ้า!!

ช่วงที่อยู่บนเครื่องเนี่ย เรามีปัญหาตอนเลือกของกิน เพราะแปลไม่ออก // ไม่สันทัดภาษาอังกฤษเรื่องของกินอย่างแรง
แต่โชคดีที่มีเพื่อน เค้าก็เลยอธิบายให้ฟังได้ว่ามันเป็นอะไร กับอะไร ก็เลยผ่านไปด้วยดี
(คือ เพื่อนเราก็เป็นฝรั่งนะ แต่พูดชัดอ่ะ ก็เลยฟังออก // สงสัยชินมั้ง)

แถมเดินทางตอนกลางคืน กินแล้วก็ง่วง
พอท้องอิ่ม หนังตาตก =_= // ง่วงมาก
กำลังจะหลับ สจ๊วตก็เอาน้ำส้มมาเสริฟ ก็เลยรับมากิน // จ๊าก!!! ตาตื่น
คือ น้ำส้มเปรี้ยวมากอ่ะ ทำเอาตื่นเลย กว่าจะหลับได้ ก็ผ่านไปเกือบชั่วโมง

พอถึงที่หมาย (ประมาณ 6 โมงเช้า) ก็เริ่มตื่นเต้นอีกรอบ เพราะมันจะแยกเช็ค passport ระหว่างคนในประเทศ กับคนต่างประเทศใช่มั้ยค่ะ ก็ต้องแยกกับเพื่อน // แอบกลัวค่ะ เพราะไม่มีเพื่อนอยู่ข้างๆ แล้ว
จำได้ว่า ภาษาอังกฤษหายไปจากหัววูบใหญ่ๆ เลยค่ะ // ฟังไม่รู้เรื่องเลย
แต่พอผ่านมาได้ ก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลยค่ะ

พอออกจาก airport อากาศที่แอฟฟริกาใต้นี่ สดชื่นมากเลยค่ะ เย็นแบบภูกระดึงตอนเช้า (ช่วงหน้าหนาวอ่ะค่ะ) รู้สึกดีมากๆ เลย
จากนั้น เพื่อนก็ชี้ไปทางรถเบนส์สีขาวที่จอดเรียงรายอยู่ บอกว่า นั่นคือ taxi ของที่นั่นค่ะ แต่เป็นของรัฐบาล
ดูแล้ว หรูมากค่ะ แล้วสภาพรถเนี่ย ดีมากๆ เลยค่ะ เหมือนรถคนใหญ่คนโตเลย

น้องของแฟนพี่ชายเพื่อนมารับ (เรียก คุณ D ล่ะกัน) แล้วก็ไปส่งพี่บ้านพี่เค้า
พอถึงบ้าน แฟนของพี่ชายเพื่อนก็ออกมาต้อนรับ เสริฟกาแฟให้กิน
แต่ถ้วยกาแฟที่นั่นนะ ใหญ่มาก แต่ปรุงเหมือนกาแฟแก้วเล็กๆ พอกินไปแล้ว เหมือนน้ำเปล่ากินกาแฟเลยอ่ะ // คือเรากินกาแฟเข้มนะ พอเจอแบบนั่นเลยไม่ถูกปาก
กินไปได้ 2/3 ก็เลิก // ไม่ไหวแล้ว
จากนั้น ก็ไปนอนพักผ่อน

หลับไปพักใหญ่ๆ ตื่นมา หายไปไหนหมดบ้านเนี่ย หาใครไม่เจอเลย
ก็เลยไปล้างหน้า แปรงฟัน
พอออกมาจากห้องน้ำ ดันไปจ๊ะเอ๋กับเด็ก 2 คน (ลูกๆ พี่ชายเค้าแหละ)
เด็กคนแรก // ช็อค + ตกใจ วิ่งเข้าห้องไปเลย (ร้องด้วย)
เด็กคนที่ 2 // ใครอ่ะ มาอยู่ในบ้านได้ไง

เราก็ตอบไป แล้วก็งงๆ แบบไรว่ะ ตรูทำไรผิดเนี่ย // ฉันมันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ?? =[]=

สักพัก เพื่อนก็กลับมา มารับไปเที่ยวบ้านคุณ D (เพื่อนเรากับคุณ D เป็นเพื่อนรักกัน) เพื่อรอเวลา surprise พี่ชายเค้าคืนนี้
(คือ มางวดนี้ ตั้งใจมา surprise พี่ชายเค้านะค่ะ)

พอตกเย็น ... ก็ว่าจะรีบกลับบ้าน ไปแอบในตุ้เสื้อผ้าเด็กๆ (ทำตัวเป็นของขวัญ) แต่ว่าไม่ทัน พี่เค้ากลับมาก่อนนะ
ทุกคนเลยรวมหัว ให้พี่ชายเค้าไปหลังบ้าน แล้วเรากับเพื่อนก็เข้าไปแอบในตู้

จากนั้น คุณ D ก็บอกพี่ชายเค้าว่า มีของขวัญจะให้ก่อนวันเกิด อยู่ในตู้เสื้อผ้าเด็กๆ ให้ไปเปิดดู
(จะบอกว่า ตอนนั้น แอบตื่นเต้นไปด้วย เพราะเพื่อนเราไม่ได้กลับมาเยื่ยมบ้านบ่อยๆ ก็เลยตื่นเต้นแทนเพื่อนและพี่ชายเค้าด้วย )

พอพี่ชายเค้าเห็นเพื่อนเท่านั้นแหละ น้ำตาไหลเลย แล้วก็กอดกันอยู่พักใหญ่เลยล่ะ// เห็นแล้ว ประทับใจมากๆ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เพราะกล้องอยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้า (เสียดาย T_T)
หลังจากนั้น เค้าก็มากอดทักทายเรา

หลังจากนั้น ก็ล้อมวง คุยกันจนดึกเลย (แต่เราไม่ได้เข้าใจทุกอย่างที่เค้าคุยกันหรอกนะ สมองยังไม่ปรับโหมด รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง) แล้วก็แยกย้ายกันไปนอน

highlight ของอาทิตย์แรก มีแค่วันแรกที่ไปถึง
นอกนั้น ก็นั่งๆ นอนๆ อยู่ที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ไปไหนมากมาย
เป็นอาทิตย์ของการปรับร่างกาย ทั้งเรื่องเวลา และอากาศ แค่นั้นจริงๆ

Note:
เวลา : เวลาที่นั่น ช้ากว่าเมืองไทยประมาณ 5-6 ชั่วโมง
อากาศ : ดีมากๆ ค่ะ ไม่มีมลพิษ ตอนเช้ากับตอนมืด อากาศจะเย็นมากๆ ส่วนตอนกลางวันเนี่ย กำลังดี
(เท่าที่จำได้ อากาศที่นั่น ไม่เกิน 25 องศาเลยค่ะ - มีแดดตอนกลางวัน แต่ไม่ร้อนเลย)

ส่วนรูปเนี่ย ไว้จะ post ให้ดูทีหลังนะค่ะ

- Kana (คะน้า) -

edit @ 18 Oct 2009 15:01:44 by Ka_Na